สำหรับสาวๆที่อยากหน้าเรียว หรือมีใบหน้าเล็ก คงจะเคยได้ยิน หรือเคยคิดที่จะไปทำศัลยกรรม หรือฉีดโบทอกซ์ เราลองมาทำความรู้จักกันสักเล็กน้อย ว่าการฉีดโบทอกซ์คืออะไร
“โบท็อกซ์” เป็นชื่อทางการค้าของสารชีวภาพชนิดหนึ่งคือ โบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่มาจากท็อกซินที่พบในแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ถูกค้นพบโดย จิสทินัส เคอร์เนอร์ นายแพทย์ชาวเยอรมัน หลายคนอาจสงสัยว่า เมื่อเป็นพิษแล้วจะนำมาใช้ในการรักษาโรคได้อย่างไร เฉลยต่อมาเลยว่า ในระยะแรกจุดประสงค์หลักๆ ของการนำโบท็อกซ์มาใช้งาน ก็คือ เพื่อใช้สำหรับรักษาอาการกระตุกของกล้ามเนื้อตา อาการตาเหล่ ตาเข ตลอดไปจนถึงอาการปวดตึง ผิดธรรมดาของกล้ามเนื้อคอ โดยมีการอนุญาตให้ใช้ได้ในประเทศสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2532
ต่อมา องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ “เอฟดีเอ” อนุมัติให้ใช้โบท็อกซ์ เพื่อประโยชน์ในอุตสาหกรรมความงามในเดือนเมษายน 2545 นี่เอง จึงเป็นที่ฮือฮาต่อวงการความสวยความงามจนถึงปัจจุบัน
ประเด็นที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งก็คือ การฉีดโบท็อกซ์นั้นจะเห็นผลได้เร็วมากคือ อาจจะเพียงไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 2-3 วันภายหลังจากการฉีด แต่ผลจากการฉีดจะไม่คงอยู่อย่างถาวร โดยมีรายงานว่าจะอยู่ได้ราว 3-6 เดือน อาจนานได้ถึง 8 เดือน หากต้องการลบรอยย่นอีก ก็ต้องฉีดซ้ำอีก โดยจะต้องเป็นการฉีดโดยตรง ที่กล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ เพื่อลดความเสี่ยง จากการแพร่กระจายของท็อกซิน ที่อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน
สำหรับผลข้างเคียงของการฉีดโบท็อกซ์ มีหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอาการเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่ปวดศีรษะ คลื่นไส้ คัน เจ็บคอ มีไข้ มีอาการคล้ายเป็นหวัด ไปจนถึงเกิดอาการเจ็บปวดและเกิดแผลซ้ำบริเวณที่ฉีด เกิดอาการกล้ามเนื้อเปลือกตาหย่อน กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเกิดการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีข้อควรระวังที่หลายคนอาจไม่รู้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์อาจจะมีผลทำให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้ไม่ดี หรืออาจแย่ไปกว่านั้นอีกก็คือ ทำให้เกิดริ้วรอยแผลบริเวณตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกซ์ได้อีกด้วย และกรณีที่เลวร้ายที่สุด การฉีดโบท็อกซ์ที่ผิดขนาดไปมากๆ อาจทำให้คนไข้เสียชีวิตได้เช่นกัน
ทั้งนี้ เอฟดีเอ เตือนว่าในระหว่างการฉีดโบท็อกซ์อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้เสมอ (มักจะเกิดกับคนไข้ราว 3-10 เปอร์เซ็นต์) จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และต้องทำการฉีดในสถานที่ซึ่งมีเครื่องมือพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้
ส่วนคนที่ฉีดโบท็อกซ์บ่อยๆ จะเกิดผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึง คือ ใบหน้าคล้ายหน้ากาก กลายเป็นมนุษย์ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก คล้ายกับอาการที่พบในผู้ป่วยที่โดนพิษโบท็อกซ์ตามธรรมชาติ บางรายที่เป็นอัมพาตของกล้ามเนื้อใบหน้าบางส่วน เนื่องจากโบท็อกซ์อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ง่ายและได้มาก การควบคุมปริมาณของโบท็อกซ์ให้ถูกต้องเหมาะสม จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
หลายคนต้องตกเป็นเหยื่อจากทำศัลยกรรม ไม่ใช่แค่การฉีดโบท็อกซ์เท่านั้น แต่รวมไปถึงการเสริมความงามด้านอื่นๆ ซึ่งทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับการศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถ่องแท้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ และวิจารณญาณของแต่ละบุคคล มิฉะนั้นแทนที่จะได้ความสวยอาจได้ความซวยมาแทน
แล้วจะมีทางเลือกอื่นไหม ที่จะสามารถมีใบหน้าเรียวเล็กได้โดยไม่ต้องพึ่งโบทอกซ์
ขอแนะนำ อาวียองซ์ คอลลาจินิคส์ ลิฟท์ aviance Collagenic Lift
ใช้ทดแทนการศับยกรรมผ่าตัดดึงหน้า หรือการฉีดโบทอกซ์ บำรุงและยกกระชับหน้าอย่างอ่อนโยน ช่วยให้ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยกระชับตึง หน้าเรียว ได้รูป รูขุมขนกระชับ ริ้วรอยและแผลเป็นตื้นขึ้นทัน่ที ผิวขาว เปล่งปลั่ง ดูมีชีวิตชีวา ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทดลองใช้ เพียง 25 นาที
จุดเด่นที่ทำให้เห็นผลทันที
1.มีนวัตกรรมหลักคือ ไมโครคอลลาเจน (อนุมูลโปรตีนเล็กมาก ซึมเข้าไปซ่อมแซมผิวหน้าได้ถึงผิวชั้นหนังแท้) อีลาสติน โมเลกุลขนาดเล็ก กระตุ้นการสร้างอีลาสตินใหม่เพื่มความยีดหยุ่นให้ผิว ย้อนอายุให้ดูเด็กลง และชาขาว ซึ่งเป็นชาเกรดดีที่สุด ราคา กก.ละประมาณ 100,000 บาท
2.ไม่มีส่วนผสมของผงไข่ขาว เหมือนหลายๆ ยี่ห้อ ซึ่งเป็นอันตราย บางคนสูดละอองและแพ้ อันตรายถึงชีวิต และก่อให้เกิดการดึงรั้งผิวหน้าที่รุนแรง ดูแลได้แค่ผิวชั้นนอก
3.ราคาถูกกว่ายี่ห้ออื่นๆ เมื่อเทียบคุณภาพเท่ากัน 1 ชุด ใช้ได้ประมาณ 28-30 ครั้ง
Updating...
